ฉันเริ่มต้นของวันด้วยการลุกจากเตียง

นาฬิกาบอกเวลาสี่โมงตรงเผ็ง ...แน่หละ สี่โมงเย็นเสียด้วย

 

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันนอนกินทั้งจักรวาล

เต็มอิ่ม หนักหน่วง และผ่อนคลาย

 

การตื่นในยามนี้ทำให้ให้นึกได้แค่ว่า

"กาแฟดำสักถ้วยคงดีไม่น้อย"

 

ไม่มีอะไรดีเท่าร้านกาแฟใกล้ที่พัก

บ้านทาวเฮาส์ถูกดัดแปลงเสียใหม่เอี่ยม

สีฟ้าคล้ายบ้านขนมหวานในนิทาน

และป้ายหน้าร้านที่บ่งบอกปัจเจก 

"ที่นี่มีไอติมปั่น"

 

ร้านดูสะอาดตาด้วยสีฟ้าและโซฟาสีเลือดหมู

ไม่มีแม้เงาลูกค้า หากไม่นับรวมฉันเข้าไปด้วย

"อเมอริกาโน่ร้อนค่ะ

อ้อ...

เค้กครีมสักชิ้นท่าจะเข้ากัน"

ฉันยื่นความประสงค์ต่อพี่สาวในร้านกาแฟ

 

ฉันชอบร้านแกแฟร้านนี้

เพราะพี่สาวคนนี้

หล่อนยิ้มรับความต้องการของฉัน

ก่อนจะหันหลังให้ แล้วไปง่วนกับเครื่องบดกาแฟต่อ

 

พี่สาวถามฉันด้วยคำถามเทือกเดิม

"น้องทานกาแฟเข้มจังนะคะ?

ปกติชอบแบบนี้เหรอ?

น้องคงต้องเจอเรื่องที่ยากลำบากอยู่แน่ๆ

สอบยังไม่เสร็จใช่ไหม?"

 

เพื่อลดความยุ่งยากในบทสนทนา ฉันรวบคำตอบให้สั้นที่สุด "ค่ะ"

 

แต่สิ่งที่ฉันยังสงสัย

เหตุใดพี่สาวถึงได้ถามคำถามนี้ซ้ำอีกครั้ง

คำถามเหมือนคราวก่อนที่ฉันเคยแวะมา

 

พี่สาวจำฉันไม่ได้เลยหรือ สักนิดก็ไม่เลยหรือ?

 

...............................................

 

ทันทีที่พี่สาววางถ้วยกาแฟและเค้กลงบนโต๊ะ

หล่อนก็จัดแจงเปิดไฟ เปิดพัดลม และเปิดคอมพิวเตอร์

หล่อนหันมาถามตามมารยาทพึงมี

"ปวดหัวไหมคะ ต้องการเพลงเบาๆสักหน่อยไหม?"

 

"ตามสบายค่ะ" ฉันตอบตามมารยาทพึงมีเช่นกัน

 

แต่ดูเหมือนพี่สาวจะไม่อยากฟังเพลงสักเท่าไหร่

หล่อนเดินไปเปิดโทรทัศน์รอรายการโปรด

พร้อมดื่มน้ำหวานอย่างสบายใจ

 

ฉันละความสนใจจากกิจวัตรของหล่อน

และเปิดหนังสือที่หยิบติดมือมาอ่าน

Norwegian wood ของ มุราคามิ

 

เมื่อเปิดอ่านได้ราวสิบหน้า

พี่สาวจึงถามความคิดเห็นฉันอีกครั้ง

"หนาวไหมคะ พี่ว่าน้องต้องการปิดพัดลม"

ฉันพยักหน้ารับจากใจจริง 

และอ่านบรรทัดต่อไป

 

แต่ดูเหมือนว่าเนื้อเรื่องจะเข้มข้นไปสักหน่อย

ฉันทิ้งกาแฟดำและเค้กครีมสุดโปรดจนเย็นชืด

ถึงเวลาละความสนใจจากหนังสือ...

 

ฉันกินเค้กจนเกือบหมด และจิบกาแฟดำตาม

"หวานดั่งดอกไม้แรกแย้ม และ ขมดั่งนรกอเวจี"

 

เหมือนพิธีกรรมอะไรสักอย่าง

ที่ฉันต้องออกมาหากาแฟดื่ม 

หรือคงเพราะฉันอ่านหนังสือของ มุราคามิ มากไป

จนคิดว่าต้องใช้ชีวิตแบบในหนังสือของเขาเสียบ้าง

 

เมื่อหมดความสนใจต่อกาแฟและขนมหวาน

ฉันจึงหยิบ Norwegian wood มาอ่านอีกครั้ง

แต่เนื้อเรื่องชวนสยิวและวาบหวาม เกินจะอ่านในร้านกาแฟ

 

ฉันตัดสินใจจิบกาแฟเฮือกสุดท้าย

เย็นชืด และ ขม เกินจะบรรยาย

พร้อมเก็บข้าวของบนโตะและจ่ายค่ากาแฟ

 

พี่สาวยิ้มแย้มดังเดิม และไม่ลืมเตือนประโยคเดิมเหมือนครั้งก่อน

"แน่ใจว่าไม่ลืมของนะคะ"

ฉันพยักหน้ารับคำ และจับเงินทอนเดินออกจากร้าน

 

แต่ก็ยังสงสัยไม่จาง

พี่สาวพูดคุยกับฉันด้วยประโยคเดิมทั้งสิ้น

 

นี่หล่อนจำฉันไม่ได้เลยหรือ ...สักนิดก็ไม่เลยหรือ?

Comment

Comment:

Tweet

@kaekaekaekae คนบางคน แม้อยู่ในชีวิตเราเสมอ แต่เราก็จำไม่ได้ เพราะเขาเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาในหัวใจเรา 55555
พี่มอไซค์รับจ้างปากซอยก็จำน้าผมไม่ค่อยได้ฮะ ทั้งที่เขาใช้บริการพี่แกทุกวัน sad smile

#1 By kae on 2012-10-05 01:20